Let's engage user with Flash platform
Posts tagged Reference
แง้มกล่อง Adobe Flash Player 10.1: “Multitouch” and “Accelerometer”
Oct 20th
ถ้าพวกเราจะนับตั้งแต่การมาถึงของ iPhone จากพี่ Steve Jobs นั้นเป็นจุดเริ่มต้นของคลื่นลูกใหญ่ที่จะถาโถมเข้าใส่โลก IT ละก็ คลื่นลูกนั้นก็ยังคงพัดกวาดทุกมุมของโลกเราอย่างต่อเนื่อง แถมยังล้ำเข้าไปยังดินแดนอื่นอย่าง NoteBook ซะด้วย จุดเด่นของมันก็คือ Multi-touch หรือการที่ผู้ใช้เอานิ้วมากกว่าหนึ่งมาควบคุมการทำงานของอุปกรณ์นั่นแหละครับ ซึ่งในเมื่อโลก IT ส่วนใหญ่ขานรับระบบควบคุมตัวทองนี้ Adobe ก็จะนิ่งนอนใจได้อย่างไร การที่ Adobe หายไปเงียบๆ หลังจาก CS3 และ CS4 นั้น ก็ได้กลับมาพร้อมกับกำลังรบหน่วยใหม่ อย่าง Adobe Flash Platform (เกิดจากการปรับเปลี่ยน และยุบรวมกันจากของเดิม) ดั่งเทพสงครามที่ทะยานเข้าสู่สนามรบที่กำลังรบราอย่างสง่างามทีเดียว (ตอนนี้นะ)
แล้วเกี่ยวยังไงล่ะ?
ก็เพราะว่า Adobe ได้เข้าร่วมกับ Open Screen Project (จากข่าว Blognone ที่นี่ และ ที่นี่ รวมถึงการประกาศอย่างเป็นทางการ ที่นี่) มาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยทำการเปลือยหลาย spec ให้กับ partner ในการ port ขึ้น Platform Mobile และอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว ผลประโยชน์แก่เราๆ ก็คือ Flash Player จะมีความสามารถในการทำงานกับระบบ Multitouch และ accelerometer ของมือถือ และ Notebook ที่สนับสนุนได้
Multitouch ใน Flash Player 10.1
แน่นอนครับว่า Adobe ต้องทำให้ง่ายในการทำงาน โดยจะมีการเพิ่ม event, ระบบในการตรวจจับการย่อ หรือขยาย, รวมถึงการตรวจจับการสัมผัสที่มากกว่า 2 นิ้ว หรือการตรวจจับ “ระดับของแรงกด” (โอ้ววววว แต่ก็เฉพาะ hardware ที่สนับสนุนนะครับ) ก็สามารถทำได้เช่นกัน ยกตัวอย่างให้เห็นกันชัดๆ ก็อาจจะเป็น Application Piano ที่คงต้องอาศัย feature ดังกล่าวในการตรวจจับว่าผู้เล่นเล่น Chord ไหน และกดแรงเท่าใด
Accelerometer ใน Flash Player 10.1
พิมพ์ยากจังคำนี้ แต่ก็ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากบรรดามือถือทั้งหลาย เอาไปติดเครื่องให้กับ product ของตัวเองกันตรึม อุปกรณ์ตัวนี้เอง Flash Player 10.1 ก็จะมาพร้อมชุดคำสั่งสำหรับอุปกรณ์นี้ด้วย (โอ้วววว ผมรัก Adobe) หากแต่น่าเสียดายที่ Adobe เขาไม่นิยมจะเพิ่มชุดคำสั่งนี้เข้าไปใน Desktop ด้วย โดยจะมีเฉพาะ Smartphone เท่านั้น
อย่างนี้ Flash จะมาแทนที่ Java Client ไหมเนี่ย?!
ของใหม่ๆใน Flash Builder 4 beta – Part 2: Enabling data-centric development
Aug 16th
คุณกำลังอ่านส่วนที่ 2 ใน 3 ของ “ของใหม่ๆ ใน Flash Builder 4 beta” ทั้งหมดมี 3 ตอน ตามรายการข้างล่างนี้ครับ
- Part 1: Improving designer/developer workflow
- Part 2: Enabling data-centric development
- Part 3: Making developer more productive
ตอนนี้เรามาถึงส่วนที่สองของ feature ใหม่ๆ ใน Flash Builder 4 Beta กันบ้าง โดย Adobe ได้ศึกษาการนำ Adobe Flex ไปใช้งานของลูกค้าส่วนใหญ่ พบว่าจะเป็นการทำไปใช้ในองค์กรโดยทำงานกับข้อมูลเป็นหลัก หรือนำไปสร้าง user interface เจ๋งๆ ในกับ ระบบ back-end เดิมที่อาจจะใช้ Adobe ColdFusion, Microsoft ASP.NET, Java, หรือ PHP รวมถึงการติดต่อกับพวก Third-party API ที่เป็น web service อย่าง REST หรือ SOAP ทาง Adobe เลยให้ความสำคัญกับส่วนการ ทำงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลนี้มาก โดยใจความสำคัญคือ
ไม่ว่าระบบเดิมจะถูกสร้างขึ้นบน platform ใดๆ หรือบน technology อะไรก็ตาม ใจความสำคัญคือการทำงานกับ data หรือข้อมูล โดยการเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลดังกล่าว และเชื่อมมันเข้ากับ Flex Component
ข้อความข้างบนคือใจความสำคัญของ feature ที่สองใน Flash Builder 4 ครับ โดยมุ่งเน้นไปที่ความง่ายและรวดเร็ว เหนือกว่าการทำงานแบบเดียวกันใน HTML
การทำงานของ Data centric development ใน Flash Builder 4 ประกอบไปด้วย 3 ส่วนใหญ่ๆ
- การระบุลักษณะหรือแหล่งที่มาของข้อมูล (defining a data/service model)
- เชื่อมต่อการทำงานเข้ากับ Flex component (binding service operations to Flex components)
- เพิ่มลักษณะการทำงานของข้อมูลแบบพิเศษ เช่น การทำ paging และ data-management
การสร้าง model และเชื่อมต่อข้อมูล หรือ service ที่ง่ายกว่าเดิม
Data/Service model เป็นวิธีการหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในการเชื่อมต่อและดึงข้อมูลจาก service ที่เรามีอยู่แล้ว ใน Flash Builder 4 Beta วิธีการนี้กลับมาโดดเด่นอีกครั้งครับ โดยเราแค่ให้ Flash Builder ทำการวิเคราะห์ logic ที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ColdFusion component, PHP Classes, Java, หรือ web service โดยเราสามารถที่จะ binding ข้อมูลจาก service พวกนี้เข้ากับ Flex component อย่างง่ายดาย
Advanced data management features
แน่นอนว่าการพัฒนา application แบบ data-centric ต้องมีอะไรมากกว่าการ binding ข้อมูลเข้ากับ component แน่นอนครับ. Flash Builder สามารถช่วยคุณสร้าง client ที่สามารถจัดการข้อมูลได้อย่างง่ายๆ เช่นการ fetching ข้อมูลตามความเหมาะสมเพื่อการทำงานกับข้อมูลขนาดใหญ่, การติดตามการเปลี่ยนแปลงของข้อมูล, การอนุญาตให้ user ยกเลิกการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้า, และการทำงานแบบ CRUD ที่ทั้งหมดนี้ปกติจะต้องทำการทำเองตั้งแต่ต้น ผลลัพธ์คือทำให้พวกเราสามารถนำเสนอข้อมูลให้กับ user เกินกว่าที่ HTML ธรรมดาทั่วไปจะทำได้
แล้วพบกันใน part 3 ครับ
ของใหม่ๆใน Flash Builder 4 beta – Part 1: Improving designer/developer workflow
Aug 8th
ที่มา: What’s new in Flash Builder 4 beta – by Tim Buntel
คุณกำลังอ่านส่วนที่ 2 ใน 3 ของ “ของใหม่ๆ ใน Flash Builder 4 beta” ทั้งหมดมี 3 ตอน ตามรายการข้างล่างนี้ครับ
- Part 1: Improving designer/developer workflow
- Part 2: Enabling data-centric development
- Part 3: Making developer more productive
เป็นที่ทราบกันดี ว่า Flash Builder 4 กำลังจะออกมาให้เหล่า Flex developer ได้ติดเครื่องใช้กันอีกครั้งในปลายปี 2009 นี้นะครับ ตามซุนวูว่าไว้ “รู้แต่เขา รบห้าสิบ ชนะห้าสิบ รู้แต่เรา รบห้าสิบ ชนะห้าสิบ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” ดังนั้น เรามาทำความรู้จักกับ Flash Builder 4 กันแต่เนิ่นๆ ดีกว่า ว่าจะมี feature อะไรใหม่ๆบ้าง โดยในแต่ละส่วนผมจะขอใส่ข้อคิดเห็นส่วนตัวลงไปด้วยนะครับ โดยขอขอบคุณ Mr. Time Buntel ที่สร้างบทความดีๆ มาให้พวกเราอ่านกัน เลยขออนุญาตแปลข้อมูลบางส่วนมา ณ ที่นี้
Focusing on new features
เนื่องจากมีการทำ wish list ขึ้นมาก่อนหน้านี้เพื่อเก็บ requirement จากผู้ใช้ Adobe Flex Builder 3 ก่อนหน้านี้ ทำให้ Adobe ทราบว่า การพัฒนา Flex application นั้นจะเกิดในกระบวนการพัฒนา 3 ขั้นตอนใหญ่ๆ ได้แก่ การออกแบบ (Design), การเขียนโปรแกรม (Coding), และการทดสอบ (Testing) ทำให้ Adobe ได้เพิ่ม feature เข้าไปในสามส่วนนี้ได้แก่
- ความต่อเนื่องในการร่วมมือกันทำงานของ designer และ developer (Designer/Developer workflow)
- การพัฒนาโดยยึดข้อมูลเป็นสำคัญ (Data-centric development)
- การปรับปรุง IDE และการทดสอบโปรแกรม (IDE productivity and testing)
Improving designer/developer workflow
เรื่องของเรื่องคือ application ในยุค web 2.0 ทำให้ designer เข้ามาร่วมวงพัฒนา software อย่างจริงจัง เพราะความสวยงาม น่าใช้ กลายมาเป็น feature หลักที่สามารถดึดดูดผู้คนเข้าสู่ web ของตัวเองได้อย่างล้นหลาม รวมถึงความที่จะทำให้ application มัน “ใช้งานได้ตามต้องการ” (Usability) ก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากทีเดียว ทำให้การพัฒนาร่วมกันแบบ ฉันวาด เธอเอาไป code เกิดขึ้นมาเป็นมาตรฐานที่เด่นชัดกว่าแต่ก่อนในแวดลง software development.
แต่ก็นั่นล่ะ ในเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างก็มองความสวยงามคนละแบบ (คนหนึ่งมองภาพสวย อีกคนมอง code สวย) และเครื่องมือเครื่องใช้ ก็ไม่ได้ออกแบบมาให้การทำงานมันเข้ากันได้สักเท่าไหร่นัก การทำงานแบบร่วมมือกัน (Collaboration) โดยที่ยังคงความเข้ากันได้จากต้นฉบับ (Artwork ของ designer) กับตอนนำไปทำ interactive (Coding โดย developer) จึงเป็นปัญหามาหลายยุคสมัย จะเห็นได้ชัดจากการที่ designer ออกแบบ web site แต่เมื่อ developer เริ่มทำการ “ยำ” ให้หน้า web เป็น dynamic ความโกลาหลจะเกิดขึ้นหลังจากมีการเปลี่ยนแปลง design หรือ function การ coding
Adobe เลยเล็งเห็นจุดบอดตรงนี้ เลยคิดหาทางให้การทำงานระหว่าง Flex Builder ต้องสามารถเข้ากันได้กับชุดออกแบบ Creative Suite ของตัวเองให้มากที่สุด ก็เลยพุ่งเป้ามาที่โปรแกรมสำคัญคือ Adobe Flash Professional และ Adobe Flash Catalyst ทั้งสองของตัวเอง
New workflow
อย่างที่กล่าวว่า Flash Builder 4 ได้มีการพัฒนาส่วนที่จะช่วยให้การทำงานระหว่างตัวของมันเองกับ Flash Professional สะดวกมากขึ้น อย่างเช่น Flash Builder 4 จะมี component ใหม่ เช่น “New Flash Component” กับ “New Flash Container” ที่สามารถนำไปวางในส่วนต่างๆ ของ Application ได้เหมือนกัน component ทั่วไป จากนั้นเราก็สามารถ เปิด Flash Professional ได้โดยตรงเพื่อสร้าง หรือแก้ไขได้โดยตรงเลย จากนั้นก็สามารถ กด Done ยืนยันการแก้ไขเพื่อกลับมายัง Flex Builder ได้ทันที

จากภาพจะเห็นว่า เวลาเราเลือก Flash component ส่วนของ properties panel จะแสดงปุ่ม Create in Adobe Flash เพื่อให้เราสร้าง Flash content ได้โดยตรง
Adobe Flash Catalyst beta
น้องใหม่มาแรงอย่าง Adobe Flash Catalyst มีผลในการเปลี่ยนแปลง workflow การทำงานอย่างมาก โดยจุดประสงค์หลักของ Adobe Flash Catalyst นั้นคือการนำ Artwork จากการใช้ Creative Suite มาใช้ในการพัฒนา Rich Internet Application อย่างจริงจังนั่นเอง ซึ่ง Adobe มีการหมายมั่นเอาไว้ว่าน้องใหม่คนนี้จะทำให้การทำงานระหว่าง desiger และ developer ง่ายขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยทีเดียว
(หากสนใจ อย่าลืมแวะไป download Adobe Flash Catalyst Beta มาลองใช้ดูได้นะครับ)
Mailbox: Flex ต่างจาก Flash อย่างไร?
Apr 2nd
มีเพื่อนๆ เขียนเมลล์เข้ามาถามนะครับ เห็นว่าเป็นคำถามที่น่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นๆ ก็เลยขอเอามาเปิดซองที่นี่นะครับ
Q: โปรแกรม Flex คือโปรแกรมที่พัฒนาจากโปรแกรม Flash หรอค่ะ แล้วการทำงานของมันทำยังไง รบกวนช่วยตอบกลับด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
A: Adobe Flex framework ในความหมายจริงๆ แล้ว (ในแง่ของ computer programming) คือชุดคำสั่งที่มีโครงสร้างของมันเองในการใช้ ActionScript 3 (เป็นภาษา script รุ่นล่าสุดของ Flash) สร้าง Web Application ขึ้นมาครับ
เปรียบเทียบง่ายๆ คือเหมือนการทำเพรสเซลของ Auntie Annesที่มีรสชาติพิเศษ (Flash application) กว่าเพรสเซลปกติที่เขาทานกันอยู่ทั่วโลกนั่นล่ะครับ (Adobe Flash) ซึ่งถ้าใช้สูตรของ Annes เขา (Flex framework) ก็จะทำเพรสเซลที่ดีได้เร็วและมีคุณภาพกว่าสูตรทั่วๆ ไปล่ะครับ
ดังนั้น Flex มีพื้นฐานเต็มๆ อยู่บน Adobe Flash นั่นล่ะครับ โดยต่อยอดเขามาอีกที
Flex จะแตกต่างที่การ coding ครับ โดยที่จะไม่เป็นภาษา script ที่ฝังอยู่ใน Timeline เหมือนกับ Adobe Flash แต่จะหนักไปทางโครงสร้างภาษาทาง computer programming คล้ายๆ กับ Java หรือ .NET C# เป็นส่วนใหญ่ แต่ผลผลิตที่เราจะได้คือ SWF ไฟล์เหมือนกับ Flash ครับผม
Hi, Flex Beginner!
Feb 17th
อาทิตย์ก่อน มีคนส่ง mail มาหาผมให้ช่วยแนะนำแนวทางในการศึกษา Flex สำหรับผู้เริ่มต้น เห็นว่ามีประโยชน์ดี เลยขอเปิดผนึกมาลงในนี้นะครับ
1. การศึกษา Flex เป็นการศึกษาภาษาโปรแกรมมิ่งทั่วไปเหมือนกับ C# และ Java ครับ ซึ่งภาษา สองตัวนี้เป็นการโปรแกรมลักษณะที่สนับสนุน Object-Oriented programming
หากว่าเคยศึกษา สองตัวนี้มาก่อน (ได้แต้มบวกไป 1 แต้ม) การจับ Flex ให้ดิ้นได้จะเร็วมากครับ (โดยเฉพาะ OOP จะช่วยให้เราจับ concept และออกแบบได้ )
2. การพัฒนา Flex สามารถทำได้ สองวิธีครับ คือ
a. การใช้ SDK ซึ่งเป็น Opensource แจกฟรี โดยการเขียน code ผ่าน text editor ทั้งหลาย แล้วสั่งผ่าน command line ให้ Flex SDK ทำการ compile ออกเป็น Flash-content
วิธีนี้อาจจะต้องใช้ความชำนาญ
b. ใช้ Flex Builder ซึ่งเป็น การทำงานบน IDE (Integrated Development Environment) โดย Flex Builder ทำงานบนพื้นฐานของ Eclipse IDE ครับ (ใครอยู่ฝั่ง Java ได้แต้มบวกอีก 1 แต้ม)
โดย Flex Builder จะช่วยในการ code และ compile ได้อย่างรวดเร็ว (Beta version download ได้ที่ www.adobe.com/devnet/flex)
3. สำหรับคนที่ไม่เคยรู้เรื่อง Flex มาก่อนผมจะขอแบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ นะครับ ใครอยู่กลุ่มไหนก็ลองตามเศษขนมปังออกจากป่าให้ได้นะ ฮ่ะๆ
a. ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการ programming แบบ OOP หรืออย่างอื่น ในภาษาอื่นอยู่ก่อนแล้ว (Java, C#)
กลุ่มนี้คือกลุ่มคนที่ทำการสร้างสรรค์ application อยู่เป็นนิจ แต่อยากลองอะไรใหม่ๆ ที่มัน วูบวาบๆ
i. ศึกษา syntax กับ framework API ได้ทาง Adobe.com โดยเข้าไปดูที่ help ของ Flex ได้เลยครับ (มี version online อยู่)
ii. Flex ใช้ Actionscript 3 ที่เป็นภาษาเดียวกับ Flash เข้าใจให้ถ่องแท้ซะ
iii. โหลด Flex Builder มาลองเล่นได้เลย (ย้ำ ถ้าเป็น Eclipse อยู่แล้ว ได้แต้มบวก 1 แต้ม อิๆ)
iv. ลอง tutorial เล็กๆ ได้ที่ www.adobe.com/devnet/flex section getting started
b. ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้าง web ด้วย ภาษา script (PHP, Perl, Javascript) และยังใหม่กับการ program แบบ Object-Oriented programming
พวกนี้คือคนที่เชี่ยวในการสร้าง web ด้วยภาษา PHP หรือ script-based และยังไม่ค่อยถนัดกับการออกแบบ web แบบ MVC
i. ศึกษาหลักการเกี่ยวกับ OOP จะช่วยได้มาก
ii. ฝึกใช้ eclipse ด้วยนะ (หากอยากใช้ Flex builder)
iii. CSS ก็สำคัญอยู่นะ (ใครเชี่ยวแล้ว บวก หนึ่งแต้ม)
iv. ทำตามพวกกลุ่ม a ได้เลยครับ
c. ผู้ที่ท่องเวบไปมา และรู้จักการสร้าง web ด้วย dream weaver และคลั่งไคล้ web ที่สวยงาม อย่าง Flash
i. ขอให้ เรียนรู้หลักการ oop อย่างถ่องแท้ จะดีมากๆ
ii. หากคุณใช้ dreamweaver เป็น ก็เตรียมตัวรู้จักกับ Flex builder ได้แล้ว
iii. การออกแบบเวบจะหายไปส่วนหนึ่ง แต่คุณก็จะยังได้รู้จักกับ combobox และ textbox อย่างใน dreamweaver อยู่นะ
iv. ทำตามกลุ่ม b เลย
d. กลุ่ม flash developer
พวกคุณคือ คนที่เชี่ยวชาญในทาง design content หรือ programming content หรือทั้งสองอย่าง ภาษาที่คุณใช้คือ actionscript 2
i. ทำการศึกษา Actionscript 3 ซะ มันไม่เหมือนญาติมันมากนะ เพราะมันเป็น pure OOP
ii. Flex builder จะเป็น tool ใหม่ประจำตัวคุณ มันทรงพลังกว่า script panel ขาดแต่ไม่เห็นรูปเท่านั้น
iii. จากนั้น ก็ทำตาม กลุ่ม a ได้เลย (อย่าลืมศึกษาหลักของ OOP ล่ะ)
Let’s RIA with Flex
Dec 30th
เป็นที่ทราบกันดีนะครับว่าตอนนี้ เรามาถึงยุคของ Web 2.0 แล้ว Web 2.0 เป็นคำนิยามของ Web ยุคใหม่ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากองค์กร หรือบริษัทขนาดใหญ่อีกแล้ว แต่เป็นการเติบโตโดยนักท่องเว็บด้วยกันเอง
และหนึ่งในการพัฒนาเข้าสู่ยุคใหม่นี้ Ajax ก็เข้ามาเป็น บทบาทสำคัญตัวหนึ่ง ที่เปลี่ยนให้การท่องเว็บแบบเดิมๆ กลายเป็น Application-Like หรือ โปรแกรมเสมือนนั่นเอง โดยทำให้การเล่นเว็บเหมือนกับว่า กลายเป็นการใช้โปรแกรมบน desktop ก็ไม่ปาน
โดยเทคนิคนี้ หลายๆค่ายก็ได้รับแนวคิดนี้ไปพัฒนาเป็น “Framework” ของตัวเองเพื่อให้ง่ายต่อการพัฒนา ในแนวทางของแต่ละบริษัทนั่นเอง เช่น
[บริษัท] [framework] [ภาษาที่ใช้พัฒนา]
Microsoft | “Ajax Toolkit” | C#.NET / VB.NET
Google | “Google Web Toolkit” | Java
และ ฝั่ง adobe เอง ก็นำไปประยุกต์ใช้กับ ActionScript 3.0 และ Flash ของตนเอง จนเกิดเป็น แนวทางการพัฒนา Application บนเวบ แนวใหม่ นั่นก็คือ
Adobe Flex 2.0 นั่นเอง เป็นอะไรที่ได้รับการกล่าวขานว่า จะทำให้ Flash กลับมามีบทบาท บนเวบ ครั้งหนึ่ง
โดยตัวผมเองได้ทำการศึกษาตัวนี้มาพอสมควรแล้ว เหลือแค่การนำไป integrate กับ database เท่านั้นเอง
ใครที่สนใจก็ติดต่อทางเมลล์ผม หรือโพสไว้ที่ blog ได้เลยนะครับ หรือ จะมาแลกเปลี่ยนความรุ้ กันก็ไม่เป็นปัญหา เพราะเห็นว่าในเมืองไทยยังมี resource ทางด้านนี้น้อยครับ
—– ไว้คราวหน้าเราจะมาศึกษา structure และ architecture ของ Flex กันนะครับผม
เมลล์ หมาเขียว –> phattarin_s@hotmail.com
In English
Nowsaday, Web 2.0 has overwhelmed the world of internet application. It has not been driven by the organization or the social group anymore, but by interent user instead. Rich-Internet-Application (RIA) also replace the responsibility of old fasion web application,too. With there characteristic as “application-like”, now internet user could archieve their task without using sequence server respone anymore.
“Ajax” is the technique that realized this purpose. Many powerful IT organizations have been implementing this technique to be their own framework. That’s good for developers.
Adobe, also still the most powerful IT organization, has released “Adobe Flex framework 2″, to be the origin framework that supports developer to develop RIA. It also marked to be the solution that would bring Flash content back to the top of internet multimedia content again.
I am the software engineering. I also love internet application, and Flex Framework make me crazy! I love to design the system before implement it later. If you like this solution, or may have some question, I would be honour to help you.
my contactable e-mail is phattarin_s@hotmail.com


