Adobe AIR คืออะไร?
UPDATE: บทความนี้เป็นบทความยอดนิยม และมีผู้นำไปใช้อ้างอิงมากมาย ดังนั้นการอัพเดตเนื้อหาในบทความนี้จะมีอย่างต่อเนื่อง มั่นใจได้ว่าข้อมูลจะสดใหม่เสมอ
เริ่มปี 2011 มา ก็เห็นชัดว่า Adobe AIR ได้รับการกล่าวถึงกันอย่างล้นหลาม นับตั้งแต่การที่ Adobe AIR ได้รับเลือกเป็น Platform อันดับที่สองในการพัฒน application บนมือถือ Google Android และกลายเป็น Platform แรกที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการในการสร้าง application ให้กับ Blackberry Playbook อุปกรณ์ tablet พกพาตัวแรกของ RIM น่าสนใจแล้วใช่ไหมล่ะ? อย่างนั้นผมว่าก่อนที่คุณจะเริ่มลงไปใช้งานมันทำกำไร มาลองรู้จัก Adobe AIR กันก่อนดีกว่า
กำเนิด Adobe AIR
Adobe AIR เกิดมาจากจุดมุ่งหมายตอนแรกที่ทาง Adobe ต้องการที่จะทำ runtime environment บน Operating System (OS) อย่าง Microsoft Windows และ Apple OS X เพื่อให้นักพัฒนาโปรแกรมสามารถสร้างโปรแกรมด้วยเทคโนโลยีของ Adobe แล้วสามารถนำไปทำงานบน OS ดังกล่าวได้ทุกตัว โดยที่ไม่ต้องแก้ไขโปรแกรมที่เขียนแล้วมากนัก
ยกตัวอย่างในที่นี้ คือ Web application ที่เขียนด้วย Adobe Flex Framework สามารถนำไปทำงานบน OS Platform ได้โดยการแก้ไขแค่ 3 – 4 บรรทัดเท่านั้น
และพระเอกในเรื่องนี้ก็คือ Adobe AIR Runtime ที่เมื่อติดตั้งในเครื่อง computer ของคุณแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Windows หรือ OS X ก็จะสามารถนำ AIR Application ที่สร้างขึ้นมา ไปทำงานได้อย่างไม่มีปัญหา
บางคนที่มาจากสาย Java ก็ขอบอกนิดๆ ว่า Adobe AIR Runtime ก็คล้ายๆ กับ Java Virtual Machine นั่นแหละครับ แต่มันใช้รัน application ที่สร้างด้วย Adobe Flex และ Actionscript 3 เท่านั้นเอง
หลังจากนั้น Adobe AIR รักษาหลักการนี้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งบริษัทและนักพัฒนาต่างๆ ก็นำ Adobe AIR ไปสร้างสรรค์ Application ยอดนิยมมากมาย เช่น TweetDeck, eBay Desktop Client และ NASDAQ Stock Market ซึ่งนับเป็นการเปิดตัวที่สวยงามทีเดียว
จนปัจจุบันมี computer ที่ติดตั้ง Adobe AIR ไปแล้ว 300 ล้านเครื่อง และกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Adobe AIR และการก้าวไปสู่ระบบควบคุมแบบสัมผัส (Multi-touch)
ในขณะที่ Adobe AIR กำลังสั่นสะเทือนวงการการพัฒนา web application และ desktop client การมาถึงของ iPhone และ iPad สร้างมิติใหม่ในการสั่งการคอมพิวเตอร์ โดยไม่ยึดติดกับ mouse และ keyboard อีกต่อไป
แต่เป็นการใช้นิ้วมือสัมผัสมากกว่า 1 จุดควบคุมการทำงานของโปรแกรมแทน ทำให้ Adobe AIR ในเวอร์ชั่น 2.0 ได้เพิ่มการพัฒนาโปรแกรมแบบรองรับ Multi-touch เข้ามาด้วย ทำให้ความหลากหลายของการพัฒนาโปรแกรมด้วย Adobe AIR มีมากขึ้นอีก
ซึ่งหลักการทำงานก็ยังคงอยู่ในรูปแบบของ Actionscript 3 เหมือนเดิม งานนี้ Flash และ Flex developer เลยได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ครับ โดยมีผู้นำระบบ Multi-touch ของ Adobe AIR ไปผนวกกับ Animation ของ Flash ตัวเดิมเกิดเป็นผลงานมากมาย ยังไงก็ลองดู video สาธิต Multi-touch ของ Adobe AIR โดย Kevin Lynch ด้านล่างดูครับ
ปัจจุบันรองรับจอระบบสัมผัสของฝั่ง Windows แล้ว ฝั่ง Apple ก็สามารถใช้ Magic Track Pad ควบคุมได้เช่นกัน
Adobe AIR กับอุปกรณ์มือถืออย่าง Mobile phone และ Tablet
ในที่สุด Adobe ก็ได้ตระหนักว่ายุคของ PC เริ่มมีการเปลี่ยนถ่ายอำนาจแล้ว (จากยอดขายทำกำไรถล่มทลายของ Smart phone และ Tablet และยอดจำหน่าย PC และ computer laptop ที่ไม่หวือหวา) Adobe AIR จึงถูกเลือกให้เป็นหัวหอกในการนำเทคโนโลยีของค่ายตัวเองลงไปทำงานบนอุปกรณ์มือถือ และ tablet
โดยพันธมิตรแรก คือ Google Android และตามมาติดๆ ด้วย RIM (บางคนเรียกการร่วมมือนี้ว่า “รุมตีผลไม้”)
โดย Adobe AIR บนอุปกรณ์พกพาจะมีการปรับแต่งให้กินทรัพยากรน้อยกว่าบน PC ซึ่งทำให้นักพัฒนาต้องปรับตัวตามไปด้วย เขียนโค้ดแบบไม่สนใจว่าแรมจะหมดหรือเปล่าไม่ได้อีกต่อไป!
โดย Adobe ตั้งใจให้ยุคหน้านับแต่นี้ Adobe AIR จะเป็น platform ทำเงินให้กับนักพัฒนา Mobile Application ทุกคน โดยมีการผลักดันให้เครื่องมืออย่าง Adobe Flash Professional และ Adobe Flash Builder มีความสามารถในการพัฒนา Mobile application ให้ง่ายที่สุด
เป็นการเปิดตัวของ Adobe ในโลกของ Mobile Application ที่สวยงามไม่น้อยเลย
การพัฒนาโปรแกรมบนเทคโนโลยี Adobe AIR
ด้วยแนวความคิดที่ไม่ได้ยึดติดกับภาษาใดภาษาหนึ่งมากเกินไป ทำให้ Adobe AIR สามารถพัฒนาได้จากสองภาษาหลักๆ อย่างแรกคือ Actionscript 3 และ Adobe Flex framework อีกทางหนึ่งคือ HTML, CSS, และ Javascript แต่ด้วยเหตุผลทางธุรกิจทั้งปวง เราก็ต้องใช้เครื่องมือของ Adobe อยู่ดี (แต่ทางอ้อมๆ ก็มีนะครับ แต่ใช้เวลาสร้างนานหน่อย)
โดยเครื่องมือสำคัญเลย คือ Adobe Flash Professional CS 5, Adobe Flash Builder 4.5 และ Adobe Dreamweaver CS 5 ขึ้นไป (สำหรับ HTML และ Javascript) โดยการเรียนรู้ก็ไม่ยากจนเกินไป หากต้องการเสกให้ Adobe AIR ทำงานได้อย่างใจนึก ก็ต้องมีความรู้ทางด้าน Programming มากหน่อย อย่าง Object-Oriented Programming (OOP) จะได้เปรียบมาก










[...] Adobe AIR เป็น Technology ที่คิดค้นโดย Adobe ที่เกิดขึ้นมาถูกที่ถูกเวลา [...]
[...] iOS, Android, และ BlackBerry Playbook (ทั้งหมดใช้ Adobe AIR technology) เหล่าประชาคมชาว Flash/Flex [...]
[...] Adobe AIR ใช้ Flash และ Actionscript 3 สร้าง Mobile [...]
[...] Flash 3D, Adobe AIR, HTML5 และ PhoneGap [...]
[...] และ demo เทคโนโลยีทั้งสองด้านนั่นคือ Adobe AIR และ PhoneGap แล้ว ที่จะขาดไม่ได้เลยคือ [...]
[...] Cross-platform mobile application development อีกตัวหนึ่งนอกจาก Adobe AIR (ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Adobe Flash Platform ใช้ Actionscript [...]
[...] [...]
[...] 3D คุณสามารถมุ่งตรงไปสู่ Mobile Platform ด้วย Adobe AIR ทำออกมาเป็น mobile application บน iOS, Android, [...]
[...] ด้วยคุณสมบัตินี้ Runtime ของ Flash Platform จึงสามารถแสดงผลภาพ 3D และ 2D ด้วยความเร็วที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับ Web Browser บน desktop และ mobile application ด้วยเทคโนโลยี Adobe AIR! [...]
[...] Adobe AIR จาก Adobe Flash Platform (ถูกแล้วครับ Flash [...]
[...] [...]