วันนี้มีโอกาสไปดู Inception มา นำแสดงโดย Leonardo Dicarprio
ขอบอกว่าถ้า Leo ไม่ไว้เครา หน้ามันน่าจะยังเหมือนตอนแสดงไททานิคเด๊ะๆ ครับ ใสกิ๊ง
ตัวเรื่องหนังก็ดี ไม่หนักไปทาง Abstract มากเกินไปเหมือน The Matrix แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเดาได้ง่ายๆ เหมือนเรื่อง Jame Bone ใครอยากรู้ต้องดูครับ แล้วพยายามคิดตามหน่อย รับรองว่าสนุกมาก
เอาหล่ะ นอกเรื่องไปนิดแล้ว คราวนี้มาดูกันว่าการใช้ Flex framework มันจะผันแปรได้ยังไง
หากใครเคยดู The Matrix จะมีข้อความหนึ่งบอกว่า “กฎมีไว้ควบคุมธรรมชาติ แต่บางข้อเราทำให้งอได้ บางข้อเราทำให้หักได้” นั่นคือการบอกเป็นนัยว่าบางสิ่งไม่จำเป็นต้องตามกฎเสมอไป
เหมือนกับการโปรแกรมมิ่งนั่นแหละ
Java ยังมี Spring framework ที่เข้ามาล้มกฎการสร้าง Enterprise application อันยุ่งเหยิง และ Web platform ยังมี Ruby on Rails มาติดจรวดให้การพัฒนา Web application นั้นเร็วอย่างคาดไม่ถึง
Flex เองก็เช่นกัน
หากใครใช้ Adobe Flex หรือคุ้นเคยกับ Adobe Flash คล่องๆ หน่อย จะทราบถึงกฎการใช้ Event (Event mechanism) ที่ไว้สร้าง interaction ให้ผู้ใช้ทำงานโต้ตอบกับตัวโปรแกรมเราได้
ปกติกฏนี้คือ การส่ง Event ลงไปรับข้อมูลใน Component นั้นๆ (เช่นพอผู้ใช้ click ปุ่ม “Send” ตัว application จะทำการ “ยิง” event ลงไปรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำนั้นๆ ทันที จากนั้นก็จะค่อยลอยขึ้นมาเหมือนลูกโป่ง)
กฎนี้เข้าท่าในตอนเริ่มต้น และใช้งานได้ดีมากๆ
แต่สรรพสิ่งล้วนต้องผันแปรไปตามสภาพแวดล้อม การใช้ event mechanism จะกลายเป็นความยุ่งยาก (เขียนเยอะหน่อย) เมื่อทำการสร้างระบบที่ “ไม่ธรรมดา” และ “ต้องการความยืดหยุ่นสูง”
ผู้อ่านบางคนคงคิดว่า “ไอพลมันเป็นใครวะ จะมาบอกว่า Framework ของ Adobe ไม่ดี?!”
ไม่ครับ ผมไม่ได้บอกว่าไม่ดี มันดีอยู่แล้ว ดีมากด้วย
แต่หากเราจะก้าวข้ามไปสู่อีกระดับ เรามาลองเปิดกว้างกับระบบใหม่ๆ ดูดีไหม?
นั่นคือการใช้ 3rd party framework ครับ
มันคืออะไร? เราจะผันแปรการใช้ Flex framework ปัจจุบันได้มากกว่านี้อีกหรอ? มาต่อกันพรุ่งนี้ครับ
Have a great dream,

